A Woman Learning Thai...and some men too ;)

Learn Thai Language & Thai Culture

Tag: translation (page 1 of 3)

2017: The Ninth Google Translate Challenge

Google Translate

Google Translate, the challenge…

Welcome to the NINTH Google Translate Challenge! This series is especially for language nerds out there (wherever you are).

To recap: Years one through eight…

2009: The First Google Translate Challenge: I ran two sets of Thai phrases through Google Translate. I shared one list online and the other I kept to myself.

2010: The Second Google Translate Challenge: Reran both sets of Thai phrases through Google Translate and created another set to keep to myself.

2011: The Third Google Translate Challenge: Reran everything through Google Translate yet again.

2012: The Fourth Google Translate Challenge: Ditto in 2012 (reran everything through Google Translate yet again).

2013: The Fifth Google Translate Challenge: I added a few fun phrases plus the phrases from a previous post, Thai Sentence Deconstruction.

2014: The Sixth Google Translate Challenge: Besides running everything through Google Translate, I took off all transliteration. You can download the pdfs with transliteration here: Transliteration: Sixth Google Translate Challenge 2009-2014.

2015: The Seventh Google Translate Challenge: Reran everything through Google Translate yet again.

2016: The eighth Google Translate Challenge: Nothing new added – reran everything through Google Translate yet again.

NOTE: As mentioned before, if I get enough people requesting I’ll add a pdf with transliteration for the missing years.

Ninth Google Translate Challenge: 2009-2017…

Be careful! There is swine flu!

2009: ระวัง! มีไข้สุกร!
2010: โปรดระวัง มีสุกรไข้หวัดใหญ่เป็น!
2011: โปรดใช้ความระมัดระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2012: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2013: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2014: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2015: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2016: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2017: ระวัง! มีไข้หวัดหมู!

I have swine flu already, thanks!

2009: ฉันมีสุกรไข้หวัดใหญ่แล้วขอบคุณ!
2010: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, thanks!
2011: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, ขอบคุณ!
2012: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ
2013: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ!
2014: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2015: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2016: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2017: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!

I don’t know! Why do you ask?

2009: ฉันไม่ทราบ!ทำไมเจ้าถาม?
2010: ไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2011: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2012: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2013: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2014: ผมไม่ทราบว่า! ทำไมคุณถาม?
2015: ผมไม่รู้! คุณถามทำไม?
2016: ผมไม่ทราบ! คุณถามทำไม?
2017: ฉันไม่รู้! คุณถามทำไม?

Did you eat yet?

2009: คุณกินยัง?
2010: คุณไม่กินหรือยัง
2011: คุณไม่ได้กินหรือยัง
2012: คุณกินหรือยัง
2013: คุณไม่ได้กินยัง?
2014: คุณไม่ได้กินหรือยัง?
2015: คุณไม่ได้กินหรือยัง
2016: คุณไม่กินหรือยัง
2017: คุณกินหรือยัง?

Oh no! You’re a liar!

2009: แย่ละ!คุณเป็นคนพูดเท็จ!
2010: Oh no! คุณโกหก!
2011: Oh No! คุณโกหก!
2012: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2013: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2014: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2015: ไม่นะ! คุณโกหก!
2016: ไม่นะ! คุณโกหก!
2017: ไม่นะ! คุณโกหก!

I don’t want to see your face again.

2009: ฉันไม่ต้องการดูหน้าของคุณอีกครั้ง
2010: ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2011: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2012: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2013: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2014: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2015: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2016: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2017: ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าคุณอีก

He is busy lighting a mosquito coil.

2009: พระองค์คือยุ่งแสงสว่างที่ยุงม้วน
2010: เขาเป็นไฟม้วนยุ่งยุง
2011: พระองค์ทรงเป็นแสงยุ่งขดลวดยุง
2012: เขาเป็นแสงสว่างว่างม้วนยุง
2013: เขาเป็นแสงยุ่งยุงขดลวด
2014: เขาไม่ว่างจุดยากันยุง
2015: เขาไม่ว่างแสงมุ้งม้วน
2016: เขาไม่ว่างแสงขดลวดยุง
2017: เขายุ่งอยู่กับแสงสว่างเป็นยุง

Don’t put any fish sauce on the rice. It stinks!

2009: โปรดอย่าวางใดน้ำปลาใน ข้าว. มัน stinks!
2010: ไม่ใส่น้ำปลาบนข้าว It stinks!
2011: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2012: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2013: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2014: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ ในข้าว มันมีกลิ่นเหม็น!
2015: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2016: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2017: อย่าใส่น้ำปลาในข้าว มันเหม็น!

The first Google Challenge control group…

I first ran these sentences through Google Translate in 2009 and 2010, but I didn’t post them until 2010 because I wanted to see if anything noticeable happened.

He tells me that he loves me with all his heart.

2009: เขาบอกผมว่าเขารักฉันกับหัวใจของเขาทั้งหมด
2010: เขาบอกว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2011: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขา
2012: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2013: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2014: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2015: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด
2016: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด
2017: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยสุดใจ

Do you speak English?

2009: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2010: คุณพูดภาษาอังกฤษ
2011: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2012: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2013: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2014: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2015: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
2016: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
2017: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

What did the nurse say?

2009: อะไรได้พยาบาลกล่าว?
2010: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2011: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2012: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2013: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2014: สิ่งที่พยาบาลพูด?
2015: อะไรที่พยาบาลพูด?
2016: อะไรพยาบาลพูด?
2017: พยาบาลบอกว่าอย่างไร?

That water buffalo meat comes from the north.

2009: นั่นควายเนื้อมาจากทางเหนือ
2010: ที่เนื้อควายมาจากภาคเหนือ
2011: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2012: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2013: ที่เนื้อควายมาจากทิศเหนือ
2014: ว่าเนื้อควายมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
2015: เนื้อควายว่าน้ำมาจากทางเหนือ
2016: ว่าเนื้อควายมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
2017: เนื้อควายนั้นมาจากทางเหนือ

Please give me a glass of orange juice.

2009: กรุณาให้ฉันหนึ่งแก้วน้ำส้ม
2010: กรุณาให้แก้วน้ำสีส้ม
2011: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำสีส้ม
2012: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2013: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2014: โปรดให้ฉันแก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2015: กรุณาให้แก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2016: โปรดให้ฉันแก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2017: ขอให้ฉันดื่มน้ำส้มสักหนึ่งแก้ว

The turtle reaches the finish line before the rabbit.

2009: เต่าที่ครบตามเส้นชัยก่อนกระต่าย
2010: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2011: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2012: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2013: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2014: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2015: เต่าถึงเส้นชัยก่อนที่กระต่าย
2016: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2017: เต่าถึงเส้นชัยก่อนที่กระต่าย

The 2010 Google Challenge control group…

These sentences were created in 2010 but kept under wraps until 2011.

How was last night?

2010: เมื่อคืนนี้นี้เป็นยังไงบ้างคะ
2011: วิธีการคืนสุดท้ายคืออะไร
2012: วิธีการคืนสุดท้ายคือ?
2013: วิธีคืนที่ผ่านมา?
2014: วิธีเป็นคืนสุดท้าย
2015: เมื่อคืนเป็นไง?
2016: เมื่อคืนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
2017: เมื่อคืนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

Did anything exciting happen last night?

2010: เมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างตอนที่ฉันไม่อยู่
2011: สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2012: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2013: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2014: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้?
2015: อะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2016: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2017: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้หรือไม่?

Sleep comfortably?

2010: หลับสบายไหมคะ
2011: นอนหลับสบาย?
2012: นอนหลับสบาย?
2013: นอนหลับสบาย?
2014: นอนหลับสบาย?
2015: นอนหลับสบาย?
2016: นอนหลับอย่างสบาย?
2017: นอนสบาย?

So very tired today.

2010: วันนี้เหนื่อยมากเลย
2011: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2012: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2013: เหนื่อยมากในวันนี้
2014: เหนื่อยมากในวันนี้
2015: เหนื่อยมากในวันนี้
2016: เหนื่อยมากในวันนี้
2017: เหนื่อยมากในวันนี้

Because last night you snored.

2010: เพราะ(ว่า)เมื่อคืนคุณกรน
2011: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2012: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2013: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณกรน
2014: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2015: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored
2016: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored
2017: เพราะเมื่อคืนคุณนอนกรน

Google translate does have กรน /gron/ for snore and การกรน /gaa-rók ron/ for snoring/snore so there’s no excuse to use “snored”.

Thai sentence deconstruction…

I’m adding the sentences from Thai Sentence Deconstruction because the simple sentences show a bit more of what’s going on with Google Translate.

The apple is red.

2013: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2014: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2015: แอปเปิ้ลจะเป็นสีแดง
2016: แอปเปิ้ลสีแดง
2017: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง

It is John’s apple.

2013: มันเป็นของจอห์นแอปเปิ้ล
2014: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2015: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2016: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2017: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น

I give John the apple.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2016: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2017: ฉันให้ John แอปเปิ้ล

We give him the apple.

2013: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2014: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2015: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2016: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2017: เราให้เขาแอปเปิ้ล

He gives it to John.

2013: เขาให้ไปให้จอห์น
2014: เขาให้มันกับจอห์น
2015: เขาให้มันกับจอห์น
2016: เขาให้มันอยู่กับจอห์น
2017: เขามอบให้กับยอห์น

She gives it to him.

2013: เธอมอบให้ท่าน
2014: เธอให้แก่เขา
2015: เธอให้แก่เขา
2016: เธอให้แก่เขา
2017: เธอให้มันแก่เขา

I don’t give apples.

2013: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: ฉันจะไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2016: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2017: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล

They don’t give apples.

2013: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: พวกเขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2016: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2017: พวกเขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล

He doesn’t give apples.

2013: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2014: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2015: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2016: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2017: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล

I gave John an apple yesterday.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2016: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2017: เมื่อวานนี้ผมให้ John แอปเปิ้ล

She gave John an apple last week.

2013: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ก่อน
2014: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2015: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2016: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2017: เธอให้ John กับแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

We’ll give John an apple tomorrow.

2013: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2014: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2015: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2016: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2017: วันพรุ่งนี้เราจะมอบแอปเปิ้ลให้กับแอปเปิล

Tomorrow we will give an apple to John.

2013: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2014: ในวันพรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2015: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2016: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2017: พรุ่งนี้เราจะมอบแอปเปิ้ลให้กับจอห์น

I must give it to him.

2013: ฉันจะต้องให้มันกับเขา
2014: ผมต้องให้แก่เขา
2015: ผมต้องให้แก่เขา
2016: ผมต้องให้แก่เขา
2017: ฉันต้องให้มันแก่เขา

I want to give it to her.

2013: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2014: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2015: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ
2016: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ
2017: ฉันต้องการมอบให้กับเธอ

Phrases from 2013…

These phrases were first checked in 2013 – I held on to them until 2014.

Just how badly do you want it?

2013: คุณไม่เพียงแค่ว่าไม่ดีต้องการหรือไม่
2014: เพียงแค่ว่าไม่ดีคุณไม่ต้องการมันได้หรือไม่
2015: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่
2016: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่
2017: คุณต้องการมันมากแค่ไหน?

I don’t want anything from you.

2013: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2014: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2015: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2016: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2017: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ

Really? I don’t believe you.

2013: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2014: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2015: จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อคุณ
2016: จริงๆ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2017: จริงๆ? ฉันไม่เชื่อคุณ

Hah! Well, you’d better start believing it sweetie.

2013: ฮะ! ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่าแฟนมัน
2014: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2015: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2016: ฮ่าฮ่า! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2017: ฮะ! ดีคุณควรเริ่มต้นเชื่อ sweetie

Sigh. You’re such a kidder.

2013: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2014: ถอนหายใจ คุณเช่น KIDDER
2015: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2016: เซ็นต์. คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2017: ถอนหายใจ คุณเป็นคนชอบพอ

Yeah. I know. I know.

2013: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2014: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2015: ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้
2016: ใช่. ฉันรู้ว่า. ฉันรู้ว่า.
2017: ใช่. ฉันรู้ว่า. ฉันรู้ว่า.

2017: A Curiosity…

At the end of May I was involved in a conversation about Google Translate so I ran the phrases through early, then shared them in a Facebook group. When I checked the sentences again in July these four had changed.

He is busy lighting a mosquito coil.

May: เขายุ่งอยู่กับการยุงม้วนยุง
July: เขายุ่งอยู่กับแสงสว่างเป็นยุง

He tells me that he loves me with all his heart.

May: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมด
July: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยสุดใจ

I gave John an apple yesterday.

May: ตอนนี้ฉันให้ John แอปเปิ้ล
July: เมื่อวานนี้ผมให้ John แอปเปิ้ล

Tomorrow we will give an apple to John.

May: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
July: พรุ่งนี้เราจะมอบแอปเปิ้ลให้กับจอห์น

Google Translate news…

Economist.com: In the past few months free online translators have suddenly got much better. This may come as a surprise to those who have tried to make use of them in the past. But in November Google unveiled a new version of Translate. The old version, called “phrase-based” machine translation, worked on hunks of a sentence separately, with an output that was usually choppy and often inaccurate.

Google Is Using Artificial Intelligence to Make a Huge Change to Its Translate Tool: Teaching machines to truly understand natural language has been one of the biggest challenges facing computer scientists working to advance artificial intelligence. But Google has made real progress in getting computers to look at language as more than just a bag of words, and these advancements are now making their way into its products.

Google Translate, for example, is getting a technical makeover with the introduction of Neural Machine Translation (NMT). Starting today, you’ll notice vast improvements for any translations with Hindi, Russian and Vietnamese. This follows the first go at utilizing NMT in Translate last November, when English, French, German, Spanish, Portuguese, Chinese, Japanese, Korean and Turkish all saw the same improvement.

Four Google Translate features you’ll use every day: 1) Translate websites to a different language, 2) Translate documents, 3) Build your own phrasebook, 4) Improve your English.

Alphabet debuts ‘Crowdsource’ to help with Google Translate and Maps: Alphabet (Google’s parent company) has quietly introduced a new app in the Google Play Store and is explicitly asking users to get in on the action to help improve widely used, free services like Maps and Translate. The app, Crowdsource, currently has five tasks: translation, translation validation, map translation validation (i.e., making sure something originally named in Hebrew, Arabic or another language is accurately translated into English on Google Maps), image transcription and (what might be the big piece of news here) handwriting recognition.

Share Button

Thai Language Thai Culture: Singing and Saying English Tones Help with Our Thai

Thai Language

Singing and saying English tones will help with our Thai…

Thai tones are the bugaboo of most learners of the Thai language. I know they are my biggest problem. Some people blame their “tone deafness” for their difficulty, although only a very small percentage of people have real tone deafness.

Aside: For Scrabble or Trivial Pursuit players, here are some synonyms for tone deafness. Amusia, Dysmelodia, Dysmusia.

Tone Deafness is the inability to distinguish between musical notes and is thought to be congenital or possibly due to brain damage. Tone-deaf people seem to be disabled only when it comes to music and not tones in languages (they seem to be able to speak their own tonal languages). It appears to be genetically influenced although it can also be a result from brain damage.

I don’t seem to be brain damaged so why do I have so many problems with Thai tones?

You might want to test to see if you really are tone deaf.

My own test for tone deafness: Have someone hum the tune for Happy Birthday. Then have someone hum the tune for God Save the Queen (or the Star Spangled Banner). Can you differentiate between the two? If you can then you have enough tonal ability to differentiate between Thai tones.

But you might want to try a real tone deafness test; tonedeaftest.com will help you there.

So let’s say you aren’t truly tone deaf.

English is full of tones that we may not be aware of. Hearing and saying them will give us an understanding that we can really differentiate and say these tones (approximations to Thai though they may be). We can practice these sounds and after we understand how our voice mechanisms make them we can we can then try them out on real Thai words.

It is sort of like a golfer taking some swings at the driving range. It doesn’t mean he will hit the ball perfectly when he is on the course but it should give him an idea of how it will feel.

Please note that since we are comparing two different languages here the sounds are only approximations. Hitting balls on the driving range is merely an approximation of what real golf is like.

Listen to these English tones. See if you can make them too. You will realize that you have been using tones all your life. I hope these practice swings with tones will help some.

Falling tone:

In answer to the question “how are you traveling?” You can answer, “I’m flying.” with the emphasis on how you will be traveling. The word “flying” here will usually contain a falling tone.

Go to Google Translate, choose English for the first box, enter “I’m flying” and click on the speaker icon at the bottom of the box. You’ll hear a falling tone, especially in the “fly” part of the word.

Rising tone:

But if we have a friend who is afraid of flying and he says he is going to fly anyway, you may ask him incredulously “are you really flying?”

Go back to Google Translate, choose English for the first box as before, enter “are you really flying?” and make sure to keep the ?, then click on the speaker icon. Now the word flying has a rising tone, especially on the “ing” part of the word.

Many onomatopoetic English words, that is words which sounds like what they describe, keep their tones so as to keep the word sounding like the things or activities that they are depicting.

Here are some examples.

Low tone:

The sound that we say a clock makes is “tick-tock”. The second word in this expression is usually a low tone. Here we can hear it in a talking dictionary example, tick-tock (click on the speaker icon).

You can also hear the low tone in the term we use to say the sound that a horse makes when it walks, “clip-clop” or “clippety-clop” The “clip” in this recording (clip-clop) is a falling tone. So the English term “clip-clop” is an example of falling tone, low tone.

High tone:

The onomatopoetic English word “hiccup” which sounds like what it describes is usually said with a high tone on the first syllable and a low tone on the second. Listen to it here: hiccup.

Popular songs offer examples of tone practice. They can help us learn a number of tones.

Listen for the tones in these songs.

Falling tone:

Somebody Done Somebody Wrong, by B.J.Thomas

A really good example of a falling tone is the exclamation “hey!” said when you want to get somebody’s attention.

It used to be very common for little children in Thailand to call out “hey you!” (two falling tones) to any foreigner they would encounter. That would be the only English they knew and there were so few foreigners around that it at least gave them a chance to practice their English. That is one good thing about Thailand having lots more foreigners around today. You don’t hear a barrage of “hey you!” whenever you leave your house.

You can hear the falling tone in the word “hey!” in the song Somebody Done Somebody Wrong. Listen to how he says “hey!” He elongates the word and when it is drawn out the final “y” in “hey” pulls the sound down making for the falling tone. It’s the same with the word “play”.

Low tone:

A Summer Song, by Chad and Jeremy

The final word in each verse of A Summer Song is a low tone:

As we walked by
Just you and I
In the starry sky

And there is a great falling tone in the last word of the bridge in “wish you didn’t have to go – no no no no”. And interestingly enough the Thai word for “no” is also a falling tone ไม่ /mâi/.

High tone:

In My Life, by The Beatles

The high tone is very rare in English. In this song we get a close example of a high tone. The word “ever” in “forever”, in the line, ”some forever not for better” approximates a high tone.

I hope these practice swings at recognizing and making your voice mechanism create tones will help you create good Thai tones. I have to admit, after so many years of speaking Thai, my tones still suck (according to my wife). So I will be taking those practice swings along with you (P.S. My golf game also sucks).

Good luck.

Hugh Leong
Retire 2 Thailand
Retire 2 Thailand: Blog
eBooks in Thailand
Thai Vocabulary in the News

Share Button

65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part Four

Learn Thai With Porn

Here’s part FOUR of 65 Useful Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook.

Note: To help those learning to read Thai script, the below phrases have Thai only, no transliteration. A pdf combo of transliteration/Thai/English can be downloaded at the end of this post.

196. มาคนเดียวเหรอครับ

Have you come here alone?
Are you here alone?

197. เปล่าค่ะ มากับเพื่อน เพื่อนไปเข้าห้องน้ำ

No, I am here with a friend, he has gone to the restroom.

198. เพื่อนหรือแฟน

A friend or a boyfriend?

199. ถามทำไมคะ จะจีบฉันเหรอ

Why do you ask? Are you hitting on me?

200. เพื่อความแน่ใจเฉยๆครับ

I just wanted to make sure!

201. ไม่เชื่อหรอก
I don’t believe it!

202. พูดไม่ออกเลย
I am speechless!

203. จะไปรู้ได้ยังไง

How should I know?

Phrase 203 is showing annoyance that somebody asked you about a certain topic.

204. โน คอมเม้นท์
No comment.

205. ขอไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่านะ
I’d rather not talk about it.

206. เบื่อเต็มทีแล้ว
I am really fed up with it.

207. เบื่อกับงานเต็มทีแล้ว
I am really fed up with my job.

208. เปลี่ยนใจแล้ว

I have changed my mind.

209. ผม/ฉันพูดอย่างงั้นจริงๆเหรอ

Did I really say that?

210. ไปได้ยินมาจากไหน

Where did you hear that?


Use when you hear somebody say something that you know is wrong, you want to tell them they are wrong.

211. เมื่อกี๊ถึงไหนแล้ว
Where were we?


You are asking your conversation partner what it was that you were talking about last.

212. พูดอีกอย่างนึงก็คือ
In other words

213. ตัวอย่างเช่น
For example

214. ทำแบบนี้เพื่ออะไร

What are you doing this for?

215. เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
This too shall pass.

216. มาจากดาวดวงไหนเนี่ย
What planet are you from?

217. ตอนเด็กๆไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษใช่ไหม
You did not like learning English when you were young, did you?
English was not your favourite subject, was it?

218. ลูกชายผมพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าคุณอีก
My son speaks English better than you do.

219. ก่อนจะช่วยคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนนะ

Before you help others, help yourself first.

220. คุณก็เป็นแค่ตัวตลก

You are a joke.

221. ผมเคยบอกคุณหรือยัง…
Have I ever told you…


ว่าคุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน
…how much you mean to me.

222. กินข้าวหรือยัง
Have you eaten?

223. หิวหรือยัง
Are you hungry yet?

224. ใช้กรรไกรเสร็จหรือยัง
Have you finished with the scissors?

225. อ่านหนังสือเล่มนั้นจบหรือยัง
Have you finished that book yet?

In 221-225 หรือ can be omitted.

226. ใครกินเค้กหมด
Who finished off the cake?

227. กินให้หมด
Finish up your food!

228. ทำการบ้านให้เสร็จ
Finish your homework!

229. ผมยังทำงานไม่เสร็จ
I have not finished my work yet.

230. หนังเลิกกี่โมง
What time does the film finish?

231. ไม่ยุติธรรมเลย

This is so unfair.

232. ไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดี
I don’t know how to repay you.

233. นั่นมันปัญหาของคุณ ไม่ใช่ของผม
That’s your problem, not mine.

234. เธอทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย
She makes this world a better place to live in. 

235. คุณมาถูกทางแล้ว
You are on the right track.

236. อย่าแม้แต่จะคิด

Don’t even think about it!

237. อย่าคิดมากนะ
Don’t overthink it. 

238. อย่าคิดแบบนั้นสิ
Don’t think of it that way.

Don’t look at it that way.

239. คิดดีแล้วใช่ไหม
Have you thought it through?

240. อย่าทำอะไรเกินตัว
Don’t overstretch yourself. 

241. ขำอะไร
What’s so funny?


Used for telling someone that you do not understand why they are laughing. 

242. รู้นะคิดอะไรอยู่
I know what you are thinking.

243. คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบไหน
What kind of person do you think I am?!

244. มันไม่สำคัญหรอกว่าคนอื่นจะคิดกับฉันยังไง
It does not matter what others think of me.

245. ต้องขอเวลาคิดก่อนนะ
I need some time to think.

246. เงียบหน่อย ผมกำลังใช้ความคิดอยู่
Be quiet. I am thinking. 

247. ผมว่าเอมม่าคงไม่ได้งานหรอก
I don’t think Emma will get the job.

248. ฉันว่าพรุ่งนี้ฝนคงไม่ตกหรอก
I don’t think it will rain tomorrow.

249. ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะคิดยังไง

I don’t care what you think. 

250. คิดยังไงก็พูดออกมา
Say what you think.

251. เคยไปเมืองนอกมาหรือยัง
Have you ever been abroad?

252. เคยไปประเทศไหนมาบ้าง
Which countries have you been to?

253. ชอบประเทศไหนมากที่สุด
Which country did you like the most?

254. เคยนั่งเครื่องบินไหม
Have you ever been on a plane?

255. เคยเห็นหิมะไหม
Have you ever seen snow?

256. อยากเห็นไหม
Do you want to see it?

257. แต่งงานกับผมนะ
Will you marry me?

258. ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต
I promise to take care of you for the rest of my life.

259. ผมขาดคุณไม่ได้
I can’t live without you.

260. เวลาคุณรักใครสักคน คุณต้องเชื่อใจเขา
When you love someone, you’ve gotta trust them.

Downloads…

The pdf below has Thai script, transliteration, and English. The zip has numbered audio files.

PDF (231kb): 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Phrasebook: Part Four
ZIP (1.8mb): Audio: 65 Useful Thai Phrases: Part Four

Even more phrases are being created on Wannaporn’s FB at Learn Thai with พร.

65 Useful Thai Phrases
: The Series…

Please help support Baan Gerda…

Before I end this post I’d like to share a charity close to my heart, Baan Gerda. Baan Gerda is a project of the Children’s Rights Foundation, Bangkok. The charity supports children who have been orphaned by AIDS; some are HIV positive.

Baan Gerda is located in Lopburi, the province I come from. When I visited the children they reminded me how fortunate we all are. They gave me the hope to live happily so I want to help them live happy lives in return.

I would be overjoyed if you could reach out and help the children with a donation, no matter how small. You can find information on this link: Sponsorship and Support for BaanGerda. Many thanks.

Share Button

65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part Three

Learn Thai With Porn

By popular demand, here’s part three of 65 Useful Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook (close enough anyway).

Note: To help those learning to read Thai script, the below phrases have Thai only, no transliteration. A pdf combo of transliteration/Thai/English can be downloaded at the end of this post.

131. ไปมิเตอร์นะครับ/คะ

Please use the meter.


132. แบงค์พันมีทอนไหม

Do you have change for a 1,000?


133. แบงค์ห้าร้อยมีทอนไหม
Do you have change for a 500?


134. ขึ้นทางด่วนนะ
Please take the expressway.


135. ไม่ต้องขึ้นทางด่วนนะ
Please don’t take the expressway.


136. ช่วยเปิดแอร์แรงอีกนิดได้ไหม
Can you turn the AC up a bit, please?


137. ช่วยหรี่/เบาแอร์หน่อยได้ไหม
Can you turn the AC down a bit, please?


138. ช่วยเปิดวิทยุดังๆหน่อยได้ไหม
Can you turn the radio up, please?


139. ช่วยหรี่เสียงวิทยุหน่อยได้ไหม
Can you turn the radio down, please?


140. ขับเร็วอีกนิดได้ไหม

Can you go a little faster, please?


141. ขับช้าๆก็ได้ครับ ฉัน/ผม ไม่รีบ
You don’t have to drive fast, I am not in a hurry.

142. จอดตรงนี้ครับ/ค่ะ
Please pull over right here.


143. ไม่ต้องทอนครับ/ค่ะ
Keep the change. 


144. เวลาว่างชอบทำอะไร

What do you like to do in your free time?


144a. ชอบปลูกต้นไม้ / ชอบดูแลต้นไม้
 – I like gardening.

144b. ชอบทำอาหาร – I like cooking
.

144c. อ่านหนังสือ – Reading


144d. ดูทีวี
 – Watching TV

144f. ออกกำลังกาย – Exercising

144g. เล่นเฟซบุ๊ก – Spending time on Facebook

145. กลัวอะไรมากที่สุด


What are you most afraid of?

145a. งู – snakes


145b. ความสูง – heights

145c. ความตาย – death

145d. เมีย – wife

145e. การอยู่ในที่แคบ being in a confined space

146. เกลียดอะไรมากที่สุด

What do you hate most?


146a. คนโกหก – liars 

146b. ตัวเอง – myself


146c. เจ้านาย – the boss

146d. แมงมุม spiders

147. นับถือศาสนาอะไร
What is your religion?


148. สนใจเรื่องการเมืองไหม
Are you interested in politics?


149. ชอบนักร้องคนไหนมากที่สุด
Who is your most favorite singer?


150. เป็นแฟนกันไหม

Do you want to be my gf/bf?


151. ขอคิดดูก่อนนะ
Let me think about it.


152. ขอไปถามสามีก่อนนะ

Let me ask my husband first.


153. อย่าเล่นกับไฟ
Don’t play with fire.


154. วันนี้วันที่เท่าไหร่

What is the date today?

154a. 

สิบ – The 10th.

155. วันนี้วันอะไร

What day is it today? 


155a. วันอังคาร Tuesday


156. เดือนนี้เดือนอะไร

What month is it now?

156a. 
พฤษภาคม
 – May


157. คุณเกิดเดือนอะไร

What month were you born in?

157a. ธันวาคม – December

158. ปีนี้พ.ศ.อะไร

What year is it according to the Buddhist calendar? 


158a. สอง ห้า ห้า เก้า – 2559


159. กี่โมงแล้ว

What time is it? 


160. ดูนาฬิกาเป็นไหม

Do you know how to read a watch/clock?


161. คุณมีนาฬิกาทั้งหมดกี่เรือน

How many watches do you own?


162. ไม่อยากจะเชื่อเลย

I can’t believe it.


163. ทำอย่างนี้ได้ยังไง (ทำงี้ได้ไง)
How could you do this?


164. คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร

Who do you think you are?


165.ให้นอนกับผู้หญิงคนนั้น ผมยอมกินขี้ดีกว่า
I’d rather eat shit than sleep with that woman.

166. เอาไว้คราวหน้าได้ไหม


Can I take a rain check? / Maybe some other time.


[Something that you say when you cannot accept someone’s invitation to do something but you would like to do it another time].

167. ชอบดูบอลไหม

Do you like watching football?


167. ชอบ – Yes, I do. 


167. ไม่ชอบ – No, I don’t.

168. ว่ายน้ำเป็นไหม

Do you know how to swim?


168a. เป็น – Yes, I do.


168b. ไม่เป็น – No, I don’t.

169. ทำกับข้าวเป็นไหม

Do you know how to cook? 


170. เลี้ยงเด็กเป็นไหม

Do you know how to take care of children?

171. ขับรถเป็นไหม

Do you know how to drive?


172. มีใบขับขี่ไหม

Do you have a driver’s licence?


173. หุบปากเป็นไหม

Do you know how to shut up?


174. มาเมืองไทยบ่อยไหม

Do you come to Thailand often?


175. เคยแต่งงานมาหรือยัง

Have you ever been married? 


176. ทำไมถึงเลิกกัน

Why did you break up (with your last significant other)?


177. มีลูกไหม
Do you have any children?


178. มีลูกกี่คน

How many children do you have?


179. มีพี่น้องกี่คน

How many siblings do you have?


180. เงินเดือนเท่าไหร่

What’s your salary?


181. ขับรถอะไร

What sort of car do you drive?


182. จะเกษียณเมื่อไหร่

When are you going to retire?


183. กินเหล้าสูบบุหรี่ไหม

Do you drink / do you smoke?


184. ทำพินัยกรรมหรือยัง

Have you made a will?


185. พรุ่งนี้คุณต้องทำงานไหม
Do you have to work tomorrow?


186. พรุ่งนี้ผมต้องทำงาน

I have to work tomorrow.


187. พรุ่งนี้ผมมีงานต้องทำ

I have some work to do tomorrow.


188. พรุ่งนี้ผมไม่ต้องทำงาน

I don’t have to work tomorrow.


189. ผมต้องบอกคุณทุกเรื่องใช่ไหม

Do I have to tell you everything? (being sarcastic)


190. ทำไมผมต้องบอกคุณด้วย

Why do I have to tell you?

191. คุณไม่ต้องบอกฉันก็ได้ แต่คืนนี้คุณไปนอนที่โซฟานะ

You don’t have to tell me but tonight you are sleeping on the sofa. 


192. ต้องให้ผมบอกกี่ครั้ง
How many times do I have to tell you?


193. ขนาดร้องไห้ (คุณ)ยังสวยเลย
You look beautiful even when you’re crying.


194. ผมต้องทำอะไรบ้าง

What do I have to do?  


[used to ask for a list of things you have to do]

195. ผมว่าเราต้องคุยกันนะ

I think we need to talk.


196. คุณต้องเลิกสูบบุหรี่
You have to/must stop smoking.

If you missed the first two here they are…

The first 65: 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part Two.

The second 65: 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part One.

Downloads…

The pdf below has Thai script, transliteration, and English. The zip has numbered audio files.

PDF (236kb): 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Phrasebook: Part Three
ZIP (3.3mb): Audio: 65 Useful Thai Phrases: Part Three

There’s even more phrases being created at Learn Thai with พร.

Share Button

2016: The Eighth Google Translate Challenge

Google Translate

Google Translate, the challenge…

Welcome to the EIGHTH Google Translate Challenge!

To recap: Years one through seven…

2009: The First Google Translate Challenge: I ran two sets of Thai phrases through Google Translate. I shared one list online and the other I kept to myself.

2010: The Second Google Translate Challenge: Reran both sets of Thai phrases through Google Translate and created another set to keep to myself.

2011: The Third Google Translate Challenge: Reran everything through Google Translate yet again.

2012: The Fourth Google Translate Challenge: Ditto in 2012 (reran everything through Google Translate yet again).

2013: The Fifth Google Translate Challenge: I added a few fun phrases plus the phrases from a previous post, Thai Sentence Deconstruction.

2014: The Sixth Google Translate Challenge: Besides running everything through Google Translate, I took off all transliteration. You can download the pdfs with transliteration here: Transliteration: Sixth Google Translate Challenge 2009-2014.

2015: The Seventh Google Translate Challenge: Reran everything through Google Translate yet again

NOTE: As mentioned before, if I get enough people downloading the above pdf, I’ll add a pdf with transliteration for 2015-16.

Eighth Google Translate Challenge: 2009-2016…

Be careful! There is swine flu!

2009: ระวัง! มีไข้สุกร!
2010: โปรดระวัง มีสุกรไข้หวัดใหญ่เป็น!
2011: โปรดใช้ความระมัดระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2012: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2013: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2014: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2015: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2016: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!

I have swine flu already, thanks!

2009: ฉันมีสุกรไข้หวัดใหญ่แล้วขอบคุณ!
2010: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, thanks!
2011: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, ขอบคุณ!
2012: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ
2013: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ!
2014: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2015: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2016: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!

I don’t know! Why do you ask?

2009: ฉันไม่ทราบ!ทำไมเจ้าถาม?
2010: ไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2011: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2012: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2013: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2014: ผมไม่ทราบว่า! ทำไมคุณถาม?
2015: ผมไม่รู้! คุณถามทำไม?
2016: ผมไม่ทราบ! คุณถามทำไม?

Did you eat yet?

2009: คุณกินยัง?
2010: คุณไม่กินหรือยัง
2011: คุณไม่ได้กินหรือยัง
2012: คุณกินหรือยัง
2013: คุณไม่ได้กินยัง?
2014: คุณไม่ได้กินหรือยัง?
2015: คุณไม่ได้กินหรือยัง
2016: คุณไม่กินหรือยัง

Oh no! You’re a liar!

2009: แย่ละ!คุณเป็นคนพูดเท็จ!
2010: Oh no! คุณโกหก!
2011: Oh No! คุณโกหก!
2012: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2013: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2014: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2015: ไม่นะ! คุณโกหก!
2016: ไม่นะ! คุณโกหก!

I don’t want to see your face again.

2009: ฉันไม่ต้องการดูหน้าของคุณอีกครั้ง
2010: ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2011: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2012: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2013: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2014: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2015: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2016: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง

He is busy lighting a mosquito coil.

2009: พระองค์คือยุ่งแสงสว่างที่ยุงม้วน
2010: เขาเป็นไฟม้วนยุ่งยุง
2011: พระองค์ทรงเป็นแสงยุ่งขดลวดยุง
2012: เขาเป็นแสงสว่างว่างม้วนยุง
2013: เขาเป็นแสงยุ่งยุงขดลวด
2014: เขาไม่ว่างจุดยากันยุง
2015: เขาไม่ว่างแสงมุ้งม้วน
2016: เขาไม่ว่างแสงขดลวดยุง

Don’t put any fish sauce on the rice. It stinks!

2009: โปรดอย่าวางใดน้ำปลาใน ข้าว. มัน stinks!
2010: ไม่ใส่น้ำปลาบนข้าว It stinks!
2011: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2012: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2013: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2014: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ ในข้าว มันมีกลิ่นเหม็น!
2015: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2016: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!

The first Google Challenge control group…

I first ran these sentences through Google Translate in 2009 and 2010, but I didn’t post them until 2010 because I wanted to see if anything noticeable happened.

He tells me that he loves me with all his heart.

2009: เขาบอกผมว่าเขารักฉันกับหัวใจของเขาทั้งหมด
2010: เขาบอกว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2011: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขา
2012: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2013: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2014: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2015: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด
2016: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด

Do you speak English?

2009: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2010: คุณพูดภาษาอังกฤษ
2011: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2012: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2013: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2014: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2015: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
2016: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

What did the nurse say?

2009: อะไรได้พยาบาลกล่าว?
2010: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2011: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2012: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2013: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2014: สิ่งที่พยาบาลพูด?
2015: อะไรที่พยาบาลพูด?
2016: อะไรพยาบาลพูด?

That water buffalo meat comes from the north.

2009: นั่นควายเนื้อมาจากทางเหนือ
2010: ที่เนื้อควายมาจากภาคเหนือ
2011: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2012: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2013: ที่เนื้อควายมาจากทิศเหนือ
2014: ว่าเนื้อควายมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
2015: เนื้อควายว่าน้ำมาจากทางเหนือ
2016: ว่าเนื้อควายมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

Please give me a glass of orange juice.

2009: กรุณาให้ฉันหนึ่งแก้วน้ำส้ม
2010: กรุณาให้แก้วน้ำสีส้ม
2011: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำสีส้ม
2012: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2013: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2014: โปรดให้ฉันแก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2015: กรุณาให้แก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2016: โปรดให้ฉันแก้วน้ำผลไม้สีส้ม

The turtle reaches the finish line before the rabbit.

2009: เต่าที่ครบตามเส้นชัยก่อนกระต่าย
2010: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2011: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2012: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2013: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2014: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2015: เต่าถึงเส้นชัยก่อนที่กระต่าย
2016: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย

The 2010 Google Challenge control group…

These sentences were created in 2010 but kept under wraps until 2011.

How was last night?

2010: เมื่อคืนนี้นี้เป็นยังไงบ้างคะ
2011: วิธีการคืนสุดท้ายคืออะไร
2012: วิธีการคืนสุดท้ายคือ?
2013: วิธีคืนที่ผ่านมา?
2014: วิธีเป็นคืนสุดท้าย
2015: เมื่อคืนเป็นไง?
2016: เมื่อคืนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

Did anything exciting happen last night?

2010: เมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างตอนที่ฉันไม่อยู่
2011: สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2012: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2013: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2014: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้?
2015: อะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2016: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?

Sleep comfortably?

2010: หลับสบายไหมคะ
2011: นอนหลับสบาย?
2012: นอนหลับสบาย?
2013: นอนหลับสบาย?
2014: นอนหลับสบาย?
2015: นอนหลับสบาย?
2016: นอนหลับอย่างสบาย?

So very tired today.

2010: วันนี้เหนื่อยมากเลย
2011: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2012: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2013: เหนื่อยมากในวันนี้
2014: เหนื่อยมากในวันนี้
2015: เหนื่อยมากในวันนี้
2016: เหนื่อยมากในวันนี้

Because last night you snored.

2010: เพราะ(ว่า)เมื่อคืนคุณกรน
2011: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2012: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2013: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณกรน
2014: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2015: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored
2016: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored

Google translate does have กรน /gron/ for snore and การกรน /gaa-rók ron/ for snoring/snore so there’s no excuse to use “snored”.

Thai sentence deconstruction…

I’m adding the sentences from Thai Sentence Deconstruction because the simple sentences show a bit more of what’s going on with Google Translate.

The apple is red.

2013: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2014: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2015: แอปเปิ้ลจะเป็นสีแดง
2016: แอปเปิ้ลสีแดง

It is John’s apple.

2013: มันเป็นของจอห์นแอปเปิ้ล
2014: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2015: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2016: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น

I give John the apple.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2016: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล

We give him the apple.

2013: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2014: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2015: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2016: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล

He gives it to John.

2013: เขาให้ไปให้จอห์น
2014: เขาให้มันกับจอห์น
2015: เขาให้มันกับจอห์น
2016: เขาให้มันอยู่กับจอห์น

She gives it to him.

2013: เธอมอบให้ท่าน
2014: เธอให้แก่เขา
2015: เธอให้แก่เขา
2016: เธอให้แก่เขา

I don’t give apples.

2013: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: ฉันจะไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2016: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล

They don’t give apples.

2013: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: พวกเขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2016: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล

He doesn’t give apples.

2013: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2014: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2015: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2016: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล

I gave John an apple yesterday.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2016: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้

She gave John an apple last week.

2013: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ก่อน
2014: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2015: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2016: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

We’ll give John an apple tomorrow.

2013: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2014: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2015: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2016: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้

Tomorrow we will give an apple to John.

2013: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2014: ในวันพรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2015: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2016: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น

I must give it to him.

2013: ฉันจะต้องให้มันกับเขา
2014: ผมต้องให้แก่เขา
2015: ผมต้องให้แก่เขา
2016: ผมต้องให้แก่เขา

I want to give it to her.

2013: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2014: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2015: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ
2016: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ

Phrases from 2013…

These phrases were first checked in 2013 – I held on to them until 2014.

Just how badly do you want it?

2013: คุณไม่เพียงแค่ว่าไม่ดีต้องการหรือไม่
2014: เพียงแค่ว่าไม่ดีคุณไม่ต้องการมันได้หรือไม่
2015: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่
2016: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่

I don’t want anything from you.

2013: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2014: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2015: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2016: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ

Really? I don’t believe you.

2013: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2014: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2015: จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อคุณ
2016: จริงๆ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ

Hah! Well, you’d better start believing it sweetie.

2013: ฮะ! ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่าแฟนมัน
2014: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2015: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2016: ฮ่าฮ่า! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน

Sigh. You’re such a kidder.

2013: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2014: ถอนหายใจ คุณเช่น KIDDER
2015: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2016: เซ็นต์. คุณคิดเดอร์ดังกล่าว

Yeah. I know. I know.

2013: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2014: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2015: ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้
2016: ใช่. ฉันรู้ว่า. ฉันรู้ว่า.

2016: Google Translate news…

Google Translate for iOS and Android just got smarter
Google Translate Gains Offline Translation in 52 Languages
Google Translate gets in-app translations on Android, offline mode on iOS

Share Button

65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part Two

Learn Thai With Porn

We had so much fun with the first postload of useful Thai phrases shared with members of my Facebook Group (Learn Thai with พร) that we kept on going!

Note: To help those learning to read Thai script, the below phrases have Thai only, no transliteration. A pdf combo of transliteration/Thai/English can be downloaded at the end of this post.

66. อยากให้ ผม/ฉัน อยู่ด้วยไหม


Do you want me to stay?

67. หมายความว่ายังไง

What do you mean?

หมายความว่าอะไร

What do you mean?

68. หมายถึงใคร
Who do you mean?

69. ถ้า ผม/ฉัน เป็นคุณ…

If I were you (I would)…


…ผม/ฉัน จะบอกความจริงทั้งหมด
…

…tell the whole truth.


70. คุณคือคนพิเศษสำหรับ ผม/ฉัน
You are a special person for me.

71. ฉันไว้ใจคุณเสมอ 


I always trust you.

72. คุณยกโทษให้ฉันได้ไหม

Can you forgive me?

73. คุณสัญญากับฉันได้ไหม
Can you promise me?

74. คุณให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม
Can you give me another chance?

75. ชาติหน้าตอนบ่ายๆ


A sarcastic way to say “that’s not gonna happen”.


[Literally means: “some time in the afternoon, in the next life”]

76. คุณอายุเท่าไหร่ 

How old are you?

77. ผม/ฉัน แก่แล้ว

I am old.

78. ยังไม่แก่เลย
You are not old at all.

ยังไม่แก่หรอก

You are not old at all.

79. ผมแก่พอที่จะเป็นพ่อคุณได้

I am old enough to be your father.

80. อายุเป็นเพียงตัวเลข

Age is just a number.

81. รักต่างวัย
Relationships with a big age difference.

รักต่างวัยทำยังไงให้เวิร์ค
How do we make relationships with a big age difference work?

82. อายุยังไม่ถึงเกณฑ์


underage

เด็กที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าเรียนอนุบาลได้หรือไม่
Are underage children allowed to attend kindergarten or not?

83. อายุของเราต่างกันมาก แต่มันก็ไม่เป็นปัญหา

There is a big age gap between us but it’s not a problem.

84. พ่อผมอายุเกือบจะ 90 แล้ว แต่ท่านก็ยังมีไฟอยู่

My dad is nearly 90 but he’s still young at heart.

85. เรามาเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า


Let’s change the subject.

86. คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร

What are you doing this for?

87. ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง


Thank you for everything.

88. ผม/ฉัน เตือนคุณแล้วนะ

You’ve been forewarned.

89. คุณถนัดซ้ายหรือถนัดขวาคะ
Are you left handed or right handed?

90. 
อย่าเคี้ยวเสียงดังได้ไหม
Can you chew quietly, please?

เคี้ยวเบาๆหน่อยได้ไหม

Can you please stop chewing so loudly?

91. อย่าทำให้ ผม/ฉัน รู้สึกแย่ไปกว่านี้ได้ไหม


Can you not make me feel worse? 
Please do not make me feel any worse.

92. ผม/ฉัน เห็นใจคุณนะ แต่ ผม/ฉัน ไม่รู้จะช่วยยังไง

I sympathize with you but I don’t know how I can be of any help.

93. วันนี้ ผม/ฉัน รู้สึกว่า ผม/ฉัน จะมีโชค

I feel lucky today.


This means that the speaker has a sense that events, either in general or in some specific situation, will be favorable to him or her.

94. ทำร้ายร่างกาย
to assault 


เขาถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

He was prosecuted for wilful assault.

95. ทำลาย
to destroy


เขามักจะทำลายข้าวของในบ้านเวลาเขาโมโห
He usually destroys things in the house when he is angry.

96. ปกติตื่นกี่โมง

What time do you normally get up?

97. ปกตินอนกี่ทุ่ม


What time do you normally go to bed?

98. ไปทำงานยังไง

How do you go to work?


ขับรถไป By car.

นั่งรถไฟฟ้าไป By sky train.

นั่งรถเมล์ไป By bus.

เดินไป On foot.

99. เลิกงานกี่โมง

What time do you finish work?

100. อาบน้ำวันละกี่ครั้ง

How often do you shower?


สองครั้ง
Twice a day.

101. ได้กลิ่นอะไรไหม

Can you smell something?

102. เหม็นมาก
Totally stinks! 


เหม็นเหมือนหนูตาย

Smells likes a dead mouse!

103. แปรงฟันวันละกี่ครั้ง

How often do you brush your teeth?

104. อ้าปากซิ

Open your mouth.

105. มีอะไรติดฟันอยู่น่ะ


You have something stuck between your teeth.

106. ไปล้างมือก่อนนะ


Go wash your hands / I am going to wash my hands.

107. คุณมีถุงเท้าทั้งหมดกี่คู่

How many pairs of socks do you own?

108. คุณมีรองเท้าทั้งหมดกี่คู่

How many pairs of shoes do you own?

109. ผมมีแค่สองคู่ 


I only have two pairs (of socks, shoes).

110. สระผมบ่อยไหม

How often do you wash your hair?


ทุกวัน Every day.

วันเว้นวัน Every other day.

สองสามวันครั้ง Every few days.

อาทิตย์ละครั้ง Once a week. 

เดือนละครั้ง Once a month.

111. มีใครอยู่ไหม
Is there anybody here?


112. ฉันว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆเลย

I feel that something is wrong / I smell a rat.


113. ไม่เชื่อคอยดูสิ

Mark my words.

This is something that you say when you want to tell someone about something that you are certain will happen in the future.


114. ฉันกำลังพยายามเลิกบุหรี่

I am trying to quit smoking.


115. เลิกกวน ผม/ฉัน สักทีได้ไหม
Stop bothering me! / Get off my back!


หยุดกวน ผม/ฉัน สักทีได้ไหม
Stop bothering me! / Get off my back!


116. ผม/ฉัน เลิกกับแฟนแล้ว

I’ve broken up with my boyfriend/girlfriend.


117. เมื่อไหร่ ฉันจะได้เจอคุณอีก
When will I see you again?

เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก

When will we see each other again?

118. ทายซิว่า ผม/ฉัน กำลังทำอะไรอยู่
Guess what I am doing.


119. ผม/ฉัน ไม่ชอบดูหนังโป๊
I don’t like watching porn movies.


120. มานี่ เดี๋ยวทำให้ดู
Come here, I will show you how to do it.

121. ผม/ฉัน เสียเวลากับคุณมามากพอแล้ว

I have wasted enough time on you.


122. ผม/ฉัน จะไม่เสียเวลากับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว
I will not waste any more time on this matter.

123. ดีใจด้วยนะ

I am happy for you.


124. ประชดหรือเปล่าเนี่ย

Are you being sarcastic?


125. เปล่า ไม่ได้ประชด พูดออกมาจากใจจริงเลย

No, I am not being sarcastic. It’s straight from the heart.


126. ผม/ฉัน เคยโกหกคุณเหรอ

Have I ever lied to you?


127. ผม/ฉัน เป็นคนคออ่อน
I get drunk easily.


ผม/ฉัน เป็นคนเมาง่าย

I get drunk easily.

The opposite is คอแข็ง

128. ผม/ฉัน ชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆ

I like wearing bright colors.


129. คุณลืมรูดซิป

Your zipper is down / your fly is open.

130. มองหน้าผมสิเวลาผมคุยด้วย
Look at me when I talk to you.

If you missed it, here’s the first 65: 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook.

Downloads…

The pdf below has Thai script, transliteration, and English. The zip has numbered audio files.

PDF (236kb): 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Phrasebook: Part Two
ZIP (3.3mb): Audio: 65 Useful Thai Phrases: Part Two

Don’t forget, there’s even more fun Thai travel phrases being created at Learn Thai with พร.

Share Button

65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Travel Phrasebook: Part One

Learn Thai With Porn

Here are 65 useful Thai phrases that I shared with members of my Facebook Group, Learn Thai with พร, over several weeks.

The title is just a tease (พูดเล่น!) – But while we’re at it, do you recognise phrases below that are commonly found in popular Thai phrasebooks?

1. ออกเสียงถูกไหม
Am I pronouncing it correctly?

2. เหมือนกันไหม
Are they the same?

3. คุณแพ้อะไรไหม
Are you allergic to anything?

4. คืนนี้ว่างไหม

Are you free tonight?

5. พร้อมไหม / พร้อมหรือยัง
Are you ready?

6. แน่ใจหรือเปล่า / แน่ใจนะ
Are you sure?

7. รอใครอยู่หรือเปล่า
Are you waiting for someone?

8. วันนี้ทำงานหรือเปล่า / ไหม

Are you working today?

9. พรุ่งนี้ทำงานหรือเปล่า / ไหม

Are you working tomorrow?

10. เช็คบิลด้วย ครับ/ค่ะ


Can I have the bill, please?

11. ขอลองหน่อยได้ไหม ครับ/คะ

Can I try it on?

12. ขอใช้โทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม

Can I use your phone?

13. ขอเมนูหน่อย ครับ/คะ

Can I have the menu, please?

14. ขอขนมปังอีกได้ไหม ครับ/คะ

Can I have some more bread, please?

15. นั่งตรงโน้นได้ไหม ครับ/คะ

Can I sit over there?

16. ถือให้หน่อยได้ไหม ครับ/คะ

Can you carry this for me?

17. ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม ครับ/คะ

Can you do me a favor?

18. พูดดังอีกนิดได้ไหม ครับ/คะ

Can you speak louder, please?

19. พูดช้าๆหน่อยได้ไหม ครับ/คะ

Can you speak slowly, please?

20. ช่วยแปลนี่ให้หน่อยได้ไหม

Can you translate this for me?

21. มีแฟนหรือยัง


Do you have a boyfriend/girlfriend?

22. แบบนี้เบอร์สิบเอ็ดมีไหม

Do you have this in size 11?

23. ทำกับข้าวเป็นไหม

Do you know how to cook?

24. ขับรถเป็นไหม

Do you know how to drive?

25. ว่ายน้ำเป็นไหม

Do you know how to swim?

26. ชอบดูทีวีไหม

Do you like to watch TV?

27. เล่นกีฬาอะไรไหม


Do you play any sports?

28. พูดภาษาอังกฤษเป็นไหม


Do you speak English?

29. รับบัตรเครดิตไหม

Do you take credit cards?

30. (ที่นี่) มีใครพูดภาษาอังกฤษเป็นไหม

Does anyone here speak English?

31. อย่าทำแบบนั้น

Don’t do that.

32. ไม่ต้องห่วง

Don’t worry.

33. คุณ (พูด) ว่าอะไรนะ

What did you say?


34. ช่างมันเหอะ

Forget it. 



(used to tell someone that something is not important and not to worry about it)
 

35. ตาม ผม/ฉัน มา
Follow me.



36. บางครั้ง

From time to time.



37. สุขสันต์วันเกิด

Happy birthday.



38. เคยทำแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า
Have you done this before? 



39. กินอะไรหรือยัง


Have you eaten yet?



40. เคยดูหนังเรื่องนี้หรือยัง

Have you seen this movie?



41. เขาไม่เคยให้อะไรฉันเลย

He never gives me anything.



42. รู้ได้ยังไง

How do you know?



43. ออกเสียงยังไง
How do you pronounce that?



44. ภาษาไทยพูดว่ายังไง

How do you say it in Thai?



45. สะกดยังไง

How do you spell it?

46. ให้ ผม/ฉัน ช่วยไหม

Do you want me to help?

47. หลับตาทำยังได้เลย

I can do it with my eyes shut.

48. ใครๆก็ทำได้
Anyone can do it.

49. ทานไม่ไหวแล้ว ครับ/ค่ะ ขอบคุณ ครับ/ค่ะ

I can’t eat anymore, thank you.

50. ฉันไม่ชอบให้ใครมาสั่ง


I don’t like it when people give me orders.

51. โกหกทั้งเพ!
A whole bunch of lies! 
A whole collection or series of lies. 

A pack of lies.

52. ไม่นั่งใกล้ๆเด็กนะ ครับ/คะ

I don’t want to be seated next to a child.

53. คืนนี้ผมขอออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆได้ไหม

Can I go out with my friends tonight?

54. พอมั้ย
Is it enough?

55. ฉันหาแว่นตาผมไม่เจอ คุณเห็นมั่งไหม

I can’t find my glasses, have you seen them?

56. เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า


Have we met before?

57. เกือบจำคุณไม่ได้แน่ะ

I almost didn’t recognize you.

58. ขอโทษที่ให้รอ

Sorry to keep you waiting.

59. กำลังรีบ

I am in a hurry.

60. ตามสบาย ไม่ต้องรีบ
Take your time.

61. หยุดเดี๋ยวนี้นะ
Stop it right now!

62. อย่าลืมนะ

Don’t forget.

63. ฝันไปเถอะ
In your dreams!

64. อย่าแม้แต่จะคิด
Don’t even think about it.

65. ทำตามที่หัวใจคุณบอก

Follow your heart.

Downloads…

The pdf below has Thai script, transliteration, and English. The zip has numbered audio files.

PDF (229kb): 65 Useful Thai Phrases You Won’t Find in a Phrasebook
ZIP (2.6mb): Audio: 65 Useful Thai Phrases

But wait! There’s more. Phrases 66-75 are at Learn Thai with พร.

Share Button

Google Translate vrs Elan Languages Challenge

The Google Translate vrs Elan Languages Challenge

Elan Languages…

My buddy Sean (Speak Read Write Thai) sent over a hoot of a video by Elan Languages, nudging me to write a post. In the video Elan Languages are promoting their company as all yummy goodness, comparing themselves to Google Translate who are shown as churning out an inedible mess. But is that the reality?

Elan offers a great online translation tool.
But you have probably never heard of Elan.
Because you use Google Translate.

For the past seven years I’ve been running the Google Translate Challenge so I just happen to have sentences handy to compare Google Translate to Elan without much fuss. As you can see below, I’ve put Elan Languages’ translations side-by-side with the results of the 2015 Google Thai challenge.

Comparing Google Translate to Elan Languages…

Be careful! There is swine flu!
Google Translate: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
Elan Languages: ระวังตัวด้วย! มีหวัด

I have swine flu already, thanks!
Google Translate: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
Elan Languages: มีหวัดแล้ว ขอบคุณ

I don’t know! Why do you ask?
Google Translate: ผมไม่รู้! คุณถามทำไม?
Elan Languages: ฉันไม่รู้! คุณถามทำไม

Did you eat yet?
Google Translate: คุณไม่ได้กินหรือยัง
Elan Languages: กินข้าวยัง

Oh no! You’re a liar!
Google Translate: ไม่นะ! คุณโกหก!
Elan Languages: โอ้ ไม่ คุณโกหก

I don’t want to see your face again.
Google Translate: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
Elan Languages: ฉันไม่ต้องการดูใบหน้าของคุณอีกครั้ง

He is busy lighting a mosquito coil.
Google Translate: เขาไม่ว่างแสงมุ้งม้วน
Elan Languages: เขาไม่ว่างแสงสว่างขดกันยุง

Don’t put any fish sauce on the rice. It stinks!
Google Translate: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
Elan Languages: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ ในข้าว Stinks

He tells me that he loves me with all his heart.
Google Translate: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด
Elan Languages: เขาบอกว่า เขารักฉัน ด้วยใจของเขา

Do you speak English?
Google Translate: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
Elan Languages: คุณภาษาอังกฤษหรือเปล่า

What did the nurse say?
Google Translate: อะไรที่พยาบาลพูด?
Elan Languages: อะไรไม่ได้พยาบาลพูด

That water buffalo meat comes from the north.
Google Translate: เนื้อควายว่าน้ำมาจากทางเหนือ
Elan Languages: เนื้อควายที่มาจากภาคเหนือ

Please give me a glass of orange juice.
Google Translate: กรุณาให้แก้วน้ำผลไม้สีส้ม
Elan Languages: โปรดให้ฉันแก้วน้ำส้ม

The turtle reaches the finish line before the rabbit.
Google Translate: เต่าถึงเส้นชัยก่อนที่กระต่าย
Elan Languages: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย

How was last night?
Google Translate: เมื่อคืนเป็นไง?
Elan Languages: ว่าได้คืนหรือไม่

Did anything exciting happen last night?
Google Translate: อะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
Elan Languages: สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน

Sleep comfortably?
Google Translate: นอนหลับสบาย?
Elan Languages: นอนหลับสบาย

So very tired today.
Google Translate: เหนื่อยมากในวันนี้
Elan Languages: วันนี้เหนื่อยมากดังนั้น

Because last night you snored.
Google Translate: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored
Elan Languages: เนื่องจากเมื่อคืนที่คุณ snored

The apple is red.
Google Translate: แอปเปิ้ลจะเป็นสีแดง
Elan Languages: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง

It is John’s apple.
Google Translate: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
Elan Languages: แอปเปิ้ลของจอห์นได้

I give John the apple.
Google Translate: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
Elan Languages: ผมให้จอห์นแอปเปิ้ล

We give him the apple.
Google Translate: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
Elan Languages: เราให้เขาแอปเปิ้ล

He gives it to John.
Google Translate: เขาให้มันกับจอห์น
Elan Languages: เขาให้มันกับจอห์น

She gives it to him.
Google Translate: เธอให้แก่เขา
Elan Languages: เธอให้มันกับเขา

I don’t give apples.
Google Translate: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
Elan Languages: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล

They don’t give apples.
Google Translate: พวกเขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
Elan Languages: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล

He doesn’t give apples.
Google Translate: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
Elan Languages: เขาไม่ให้แอปเปิ้ล

I gave John an apple yesterday.
Google Translate: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
Elan Languages: ฉันให้จอห์นแอปเปิลเมื่อวาน

She gave John an apple last week.

Google Translate: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
Elan Languages: เธอให้จอห์นแอปเปิลสัปดาห์

We’ll give John an apple tomorrow.
Google Translate: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
Elan Languages: เราจะให้จอห์นแอปเปิลพรุ่งนี้

Tomorrow we will give an apple to John.
Google Translate: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
Elan Languages: พรุ่งนี้เราจะทำให้แอปเปิลเป็นจอห์น

I must give it to him.
Google Translate: ผมต้องให้แก่เขา
Elan Languages: ฉันต้องให้เขา

I want to give it to her.
Google Translate: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ
Elan Languages: อยากจะให้เธอ

Just how badly do you want it?
Google Translate: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่
Elan Languages: เพียงไม่ว่าคุณต้องการ

I don’t want anything from you.
Google Translate: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
Elan Languages: ไม่ต้องการอะไรจากคุณ

Really? I don’t believe you.
Google Translate: จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อคุณ
Elan Languages: จริง ๆ หรือไม่ ผมไม่เชื่อว่าคุณ

Hah! Well, you’d better start believing it sweetie.
Google Translate: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
Elan Languages: -เป็น ดี คุณจะดีกว่าเริ่มต้นเชื่อว่าวัคซีน

Sigh. You’re such a kidder.
Google Translate: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
Elan Languages: แยกกัน คุณ kidder ดังกล่าว

Yeah. I know. I know.

Google Translate: ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้
Elan Languages: ใช่ รู้แล้ว รู้แล้ว

Sean was practically rolling off his seat when I sent him the results.

Sean: Gosh, in some sentences GT is better, in some Elan. And both produced some real howlers. At the end of the day, there’s no clear winner. They’re both equally lousy.

What say you?

Share Button

Thai Language Thai Culture: Thai Buddhist Vocabulary by the Numbers

Thai Language

Thai Buddhist Vocabulary by the Numbers…

It wasn’t until about 300 years after the Buddha’s death that his teachings were put down in writing. Before then the teachings were organized in an oral tradition. One of the ways that the early teachers organized complicated ideas was to make lists. So in Buddhism you have The Three…, The Four…, The Five…, The Eight …, and many more.

Other religions have done similar things. There are the Ten Commandments, even though when we take a closer look at the Bible there are lots more than ten. But ten is a nice round number and easy to remember.

Giving numbers is a great way to teach complex ideas, especially with an illiterate audience as it was in the beginning. The early Buddhists made great use of lists. And those lists have come down to us and are still used today.

Thai LanguageMany foreign visitors and residents of Thailand take an interest in Buddhism. We have presented here some vocabulary that might help you understand, discuss, and even ask questions if you are so interested. And because much of the teaching is in list form it makes learning the vocabulary that much easier.

The Buddhism in Thailand is riddled with influences from other belief systems, Animism, Hinduism, and Mysticism. We have concentrated here on very basic Buddhist vocabulary.

This is not a thesis on the Buddhist religion. You’ll have to look into that yourself. But it will get you started on the vocabulary of Buddhism. You’ll find lots of lists in different books and websites, some will have the original Pali words, others might have Chinese, Japanese, Korean words, or a slightly different Thai Translation. In the spirit of language learning and not religious doctrine, we have tried to stick with the easier to remember vocabulary words.

NOTE: For those needing transliteration, there’s a pdf download at the end of the post.

Buddhism: The basics…

The following are some everyday vocabulary words that one hears often when discussing Buddhism.

Buddha: พระพุทธเจ้า
พระ: venerable (title for a monk or other religions figure, eg. Jesus = พระเยซู)
พุทธ: Buddha
เจ้า: lord

(It can easily be seen how the Thai word พุทธ could be changed to the English “Buddha”)

Religion: ศาสนา
Buddhism: พุทธศาสนา or ศาสนาพุทธ
Buddhist image: พระพุทธรูป or simply พระ
Monk: พระ or พระสงฆ์
Monk’s bowl (alms bowl): บาตร
Alms round, seeking alms (food): บิณฑบาต
Present food to the monks: ใส่บาตร
Novice: เณร or สามเณร
Nun: นางชี or แม่ชี
Meditate: ทำสมาธิ or นั่งสมาธิ
Chant: บทสวดมนต์
Karma: กรรม

By the way, the classifier for monk and novice is รูป (the same word for “picture”) and sometimes องค์, for Buddhist image it is also องค์, but for nun it is คน.

In speaking about Buddhism, there are both specifically religious words and also common Thai words which have the same meaning. The common words are used by most people when talking about Buddhism. I don’t think I have ever heard anyone use the religious words except a monk. So they are here just in case that is someone you find yourself talking to.

We have given the religious words first, and below, the common Thai.

Three (The Three Characteristics of Existence)…

Buddhism describes “existence” as having three characteristics. These are characteristics that are shared by all sentient beings

The Three Characteristics of Existence are:

  1. Impermanence: All conditioned things are constantly changing.
  2. Suffering: All things are subject to dissatisfaction and because of this, suffering.
  3. Soullessness or non-self: There is no such thing as a personal self or soul that we alone own.

ไตรลักษณ์:The Three Characteristics of Existence
ไตร: three (similar and maybe related to the English prefix “tri”)
ลักษณ์: characteristic

  1. อนิจจัง: impermanence
  2. ทุกข์ขัง or ทุกข์: suffering
  3. อนัตตา: non-self

อ…: is a prefix meaning “not” (similar and maybe related to the English prefix “a…”)
อัตตา: ego (state of being an individual)

Four (The Four Noble Truths)…

These “truths” contain the heart of Buddhist teaching. By understanding them we will be able to understand what Buddhists believe.

The Four Noble Truths are:

  1. Suffering (is real).
  2. Cause of suffering (there is a cause to it).
  3. Cessation of suffering (suffering can be ended).
  4. Eight-Fold Path (can lead to the cessation of suffering).

อริยสัจสี่: The Four Noble Truths
อริยสัจ: Noble Truth
สี่: four

  1. ทุกข์: suffer, ความทุกข์ suffering; hardship
  2. สมุทัย: cause, มูลเหตุ the cause
  3. นิโรธ: the cessation of, extinction of suffering, การหยุด = cessation; ending
  4. มรรค: way; path, ทาง direction, way or path

Eight (The Noble Eightfold Path)…

Thai LanguageThis is the fourth of the Four Noble Truths. It is taught that by following this path we can bring about the cessation to suffering.

The following is an English interpretation of the components of the Noble Eightfold Path. Lots of books and websites can be overly philosophical and difficult to read and understand when discussing this concept. Interestingly, Buddhism for Dummies (http://www.dummies.com/how-to/content/the-eightfold-path-of-buddhism.html), where this list comes from, has one of the clearest presentations.

The Eightfold Path is:

  1. Right understanding: Understanding that the Four Noble Truths are noble and true.
  2. Right thought: Determining and resolving to practice Buddhist faith.
  3. Right speech: Avoiding slander, gossip, lying, and all forms of untrue and abusive speech.
  4. Right conduct: Adhering to the idea of nonviolence (ahimsa), as well as refraining from any form of stealing or sexual impropriety.
  5. Right means of making a living: Not slaughtering animals or working at jobs that force you to violate others.
  6. Right mental attitude or effort: Avoiding negative thoughts and emotions, such as anger and jealousy.
  7. Right mindfulness: Having a clear sense of one’s mental state and bodily health and feelings.
  8. Right concentration: Using meditation to reach the highest level of enlightenment.

And this is how the Noble Eightfold Path is presented in Thai. From the translations we can see why different listings in English of The Eightfold Path can be slightly different.

อริยมรรคแปด: The Noble Eightfold Path
อริยะ: sanctified
มรรค: Buddhist path
แปด: eight

The terms สัมมา before the noun, and ถูกต้อง after the noun mean “correct” or “right”.

  1. สัมมาทิฐิ: Right Understanding
    ความเข้าใจถูกต้อง
    ความเข้าใจ: understanding
  2. สัมมาสังกัปปะ: Right Thought
    ความใฝ่ใจถูกต้อง
    ความใฝ่ใจ: taking an interest
  3. สัมมาวาจา: Right speech
    การพูดจาถูกต้อง
    การพูดจา: speaking
  4. สัมมากัมมันตะ: Right Action
    การกระทำถูกต้อง
    การกระทำ: action
  5. สัมมาอาชีวะ: Right livelihood
    การดำรงชีพถูกต้อง
    การดำรงชีพ: earning a living
  6. สัมมาวายามะ: Right Effort
    ความพากเพียรถูกต้อง
    ความพากเพียร: perseverance
  7. สัมมาสติ: Right mindfulness
    การระลึกประจำใจถูกต้อง
    การระลึกประจำใจ: recall
  8. สัมมาสมาธิ: Right concentration
    การตั้งใจมั่นถูกต้อง
    การตั้งใจมั่น: intention

Five (The Five Precepts)…

The Five Precepts are sometimes defined as “commandments” like the “10 Commandments”. But instead of “Thou shalt not …” these are seen more like something we should strive to abstain or refrain from doing. More like “Thou shalt try not to …”

Commandments and precepts are different and even though the Thai word for precept is sometimes translated as “commandment” they are quite different in purpose. The breaking of the commandments is a sin, against God. The breaking of a precept will cause you or others suffering, therefore it is something we should avoid doing. So this is a list of things to abstain from in order to limit our own suffering and our possibly causing suffering in others.

The Five Precepts are:

  1. Abstain from killing.
  2. Abstain from taking what is not given.
  3. Avoid sensual misconduct.
  4. Abstain from false speech.
  5. Abstain from fermented drink that causes heedlessness.

ศีลห้า: The Five Precepts
ศีล: precept (moral precepts)
ห้า: five

The term เว้นจาก is used in front of each of the precepts.
เว้น: abstain
จาก: from

Instead of เว้นจาก we could just as easily said ห้าม (prohibit).

  1. เว้นจากทำลายชีวิต: Abstain from the destruction of life.
    ทำลาย: destroy
    ชีวิต: life
  2. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
    Abstain from taking things that were not given.
    ถือเอา: assume
    ของ: things
    ที่: that
    เขา: he, she, etc.
    มิได้: not
    ให้: give, offer
  3. เว้นจากประพฤติผิดในกาม: Sexual misconduct
    ประพฤติผิด: misbehave
    ใน: in
    กาม: sexual desire
  4. เว้นจากพูดเท็จ: Telling a falsehood
    พูด: speak
    เท็จ: lie, falsehood
  5. เว้นจากของเมา
    ของเมา: liquor, that which makes you intoxicated

To finish…

Thai Language

This was a simple vocabulary lesson, not an invitation to become a Buddhist. I believe that we are all ultimately responsible in finding what works for us. The Buddha’s last remarks summarize all of his teaching and basically say that it is now all up to you.

“Behold, O monks, this is my advice to you. All component things in the world are changeable. They are not lasting. Work hard to gain your own salvation.”

Reference: I have found that the best on-line dictionary source for Buddhist vocabulary is thai2english.com. Other dictionaries bypass most of the religious words. Someone at thai2english.com must be into this topic. I made liberal use of this dictionary in this post and would like to thank thai2english.com for their hard work.

Post Script: I don’t drink alcohol. This is not because of any religious belief. But when I go out with Thai friends and I tell them I don’t drink they are usually taken aback. That is until I tell them in Thai ฉันถือศีลห้า “I observe the 5 (Buddhist) precepts”, one of which of course is abstaining from alcohol. They usually all shake their heads knowingly and say ไม่เป็นไร, “No Problem”.

PDF Download (includes transliteration): Thai Buddhist Vocabulary by the Numbers

Hugh Leong
Retire 2 Thailand
Retire 2 Thailand: Blog
eBooks in Thailand
Thai Vocabulary in the News

Share Button

2015: The Seventh Google Translate Challenge

Google Translate

Google Translate, the challenge…

Welcome to the SEVENTH Google Translate Challenge! Seriously, I don’t know if keeping a record of these changes will mean anything to anyone but me, but for now I’m going to continue slogging on.

To recap: Years one through six…

2009: The First Google Translate Challenge: I ran two sets of Thai phrases through Google Translate. I shared one list online and the other I kept to myself.

2010: The Second Google Translate Challenge: Reran both sets of Thai phrases through Google Translate and created another set to keep to myself.

2011: The Third Google Translate Challenge: Reran everything through Google Translate yet again.

2012: The Fourth Google Translate Challenge: Ditto in 2012 (reran everything through Google Translate yet again).

2013: The Fifth Google Translate Challenge: I added a few fun phrases plus the phrases from a previous post, Thai Sentence Deconstruction.

2014: The Sixth Google Translate Challenge: Besides running everything through Google Translate, I took off all transliteration. You can download the pdfs with transliteration here: Transliteration: Sixth Google Translate Challenge 2009-2014.

NOTE: If I get enough people downloading the above pdf, I’ll add a pdf with transliteration for 2015. Otherwise, I’ll spend my time doing something more interesting, like, biting my nails or something.

Sixth Google Translate Challenge: 2009-2015…

Be careful! There is swine flu!

2009: ระวัง! มีไข้สุกร!
2010: โปรดระวัง มีสุกรไข้หวัดใหญ่เป็น!
2011: โปรดใช้ความระมัดระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2012: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2013: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2014: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!
2015: ระวัง! มีไข้หวัดหมูเป็น!

I have swine flu already, thanks!

2009: ฉันมีสุกรไข้หวัดใหญ่แล้วขอบคุณ!
2010: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, thanks!
2011: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้ว, ขอบคุณ!
2012: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ
2013: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วครับ!
2014: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!
2015: ฉันมีไข้หวัดหมูแล้วขอบคุณ!

I don’t know! Why do you ask?

2009: ฉันไม่ทราบ!ทำไมเจ้าถาม?
2010: ไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2011: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2012: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2013: ผมไม่ทราบ! ทำไมคุณถาม?
2014: ผมไม่ทราบว่า! ทำไมคุณถาม?
2015: ผมไม่รู้! คุณถามทำไม?

Did you eat yet?

2009: คุณกินยัง?
2010: คุณไม่กินหรือยัง
2011: คุณไม่ได้กินหรือยัง
2012: คุณกินหรือยัง
2013: คุณไม่ได้กินยัง?
2014: คุณไม่ได้กินหรือยัง?
2015: คุณไม่ได้กินหรือยัง

Oh no! You’re a liar!

2009: แย่ละ!คุณเป็นคนพูดเท็จ!
2010: Oh no! คุณโกหก!
2011: Oh No! คุณโกหก!
2012: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2013: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2014: โอ้ไม่! คุณโกหก!
2015: ไม่นะ! คุณโกหก!

I don’t want to see your face again.

2009: ฉันไม่ต้องการดูหน้าของคุณอีกครั้ง
2010: ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2011: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2012: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าคุณอีกครั้ง
2013: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2014: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง
2015: ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นใบหน้าของคุณอีกครั้ง

He is busy lighting a mosquito coil.

2009: พระองค์คือยุ่งแสงสว่างที่ยุงม้วน
2010: เขาเป็นไฟม้วนยุ่งยุง
2011: พระองค์ทรงเป็นแสงยุ่งขดลวดยุง
2012: เขาเป็นแสงสว่างว่างม้วนยุง
2013: เขาเป็นแสงยุ่งยุงขดลวด
2014: เขาไม่ว่างจุดยากันยุง
2015: เขาไม่ว่างแสงมุ้งม้วน

Don’t put any fish sauce on the rice. It stinks!

2009: โปรดอย่าวางใดน้ำปลาใน ข้าว. มัน stinks!
2010: ไม่ใส่น้ำปลาบนข้าว It stinks!
2011: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2012: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!
2013: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มัน stinks!
2014: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ ในข้าว มันมีกลิ่นเหม็น!
2015: ไม่ใส่น้ำปลาใด ๆ บนข้าว มันเหม็น!

The first Google Challenge control group…

I first ran these sentences through Google Translate in 2009 and 2010, but I didn’t post them until 2010 because I wanted to see if anything noticeable happened.

He tells me that he loves me with all his heart.

2009: เขาบอกผมว่าเขารักฉันกับหัวใจของเขาทั้งหมด
2010: เขาบอกว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2011: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขา
2012: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2013: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2014: เขาบอกฉันว่าเขารักฉันด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
2015: เขาบอกผมว่าเขารักฉันด้วยหัวใจของเขาทั้งหมด

Do you speak English?

2009: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2010: คุณพูดภาษาอังกฤษ
2011: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2012: คุณพูดภาษาอังกฤษ?
2013: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2014: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
2015: คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

What did the nurse say?

2009: อะไรได้พยาบาลกล่าว?
2010: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2011: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2012: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2013: พยาบาลพูดว่าอะไร?
2014: สิ่งที่พยาบาลพูด?
2015: อะไรที่พยาบาลพูด?

That water buffalo meat comes from the north.

2009: นั่นควายเนื้อมาจากทางเหนือ
2010: ที่เนื้อควายมาจากภาคเหนือ
2011: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2012: ว่าเนื้อควายมาจากทางทิศเหนือ
2013: ที่เนื้อควายมาจากทิศเหนือ
2014: ว่าเนื้อควายมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
2015: เนื้อควายว่าน้ำมาจากทางเหนือ

Please give me a glass of orange juice.

2009: กรุณาให้ฉันหนึ่งแก้วน้ำส้ม
2010: กรุณาให้แก้วน้ำสีส้ม
2011: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำสีส้ม
2012: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2013: กรุณาให้ฉันแก้วน้ำส้ม
2014: โปรดให้ฉันแก้วน้ำผลไม้สีส้ม
2015: กรุณาให้แก้วน้ำผลไม้สีส้ม

The turtle reaches the finish line before the rabbit.

2009: เต่าที่ครบตามเส้นชัยก่อนกระต่าย
2010: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2011: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2012: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2013: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2014: เต่าถึงเส้นชัยก่อนกระต่าย
2015: เต่าถึงเส้นชัยก่อนที่กระต่าย

The 2010 Google Challenge control group…

These sentences were created in 2010 but kept under wraps until 2011.

How was last night?

2010: เมื่อคืนนี้นี้เป็นยังไงบ้างคะ
2011: วิธีการคืนสุดท้ายคืออะไร
2012: วิธีการคืนสุดท้ายคือ?
2013: วิธีคืนที่ผ่านมา?
2014: วิธีเป็นคืนสุดท้าย
2015: เมื่อคืนเป็นไง?

Did anything exciting happen last night?

2010: เมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างตอนที่ฉันไม่อยู่
2011: สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2012: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืน?
2013: ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?
2014: มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้?
2015: อะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่าน?

Sleep comfortably?

2010: หลับสบายไหมคะ
2011: นอนหลับสบาย?
2012: นอนหลับสบาย?
2013: นอนหลับสบาย?
2014: นอนหลับสบาย?
2015: นอนหลับสบาย?

So very tired today.

2010: วันนี้เหนื่อยมากเลย
2011: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2012: ดังนั้นวันนี้เหนื่อยมาก
2013: เหนื่อยมากในวันนี้
2014: เหนื่อยมากในวันนี้
2015: เหนื่อยมากในวันนี้

Because last night you snored.

2010: เพราะ(ว่า)เมื่อคืนคุณกรน
2011: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2012: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2013: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณกรน
2014: เพราะคืนสุดท้ายที่คุณ snored
2015: เนื่องจากคืนที่ผ่านมาคุณ snored

Google translate does have กรน /gron/ for snore and การกรน /gaa-rók ron/ for snoring/snore so there’s no excuse to use “snored”.

2013: Thai sentence deconstruction…

I’ve added Thai Sentence Deconstruction because the simple sentences show a bit more of what’s going on with Google Translate.

The apple is red.

2013: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2014: แอปเปิ้ลเป็นสีแดง
2015: แอปเปิ้ลจะเป็นสีแดง

It is John’s apple.

2013: มันเป็นของจอห์นแอปเปิ้ล
2014: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น
2015: มันเป็นแอปเปิ้ลของจอห์น

I give John the apple.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ล

We give him the apple.

2013: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2014: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล
2015: เราจะให้เขาแอปเปิ้ล

He gives it to John.

2013: เขาให้ไปให้จอห์น
2014: เขาให้มันกับจอห์น
2015: เขาให้มันกับจอห์น

She gives it to him.

2013: เธอมอบให้ท่าน
2014: เธอให้แก่เขา
2015: เธอให้แก่เขา

I don’t give apples.

2013: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: ฉันจะไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: ฉันไม่ให้แอปเปิ้ล

They don’t give apples.

2013: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2014: พวกเขาไม่ให้แอปเปิ้ล
2015: พวกเขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล

He doesn’t give apples.

2013: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2014: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล
2015: เขาไม่ได้ให้แอปเปิ้ล

I gave John an apple yesterday.

2013: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2014: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้
2015: ฉันให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อวานนี้

She gave John an apple last week.

2013: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ก่อน
2014: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2015: เธอให้จอห์นแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

We’ll give John an apple tomorrow.

2013: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2014: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้
2015: เราจะให้จอห์นแอปเปิ้ลในวันพรุ่งนี้

Tomorrow we will give an apple to John.

2013: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2014: ในวันพรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น
2015: พรุ่งนี้เราจะให้แอปเปิ้ลกับจอห์น

I must give it to him.

2013: ฉันจะต้องให้มันกับเขา
2014: ผมต้องให้แก่เขา
2015: ผมต้องให้แก่เขา

I want to give it to her.

2013: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2014: ฉันต้องการที่จะให้มันกับเธอ
2015: ฉันต้องการที่จะให้มันอยู่กับเธอ

Phrases from 2013…

These phrases were first checked in 2013 – I held on to them until 2014.

Just how badly do you want it?

2013: คุณไม่เพียงแค่ว่าไม่ดีต้องการหรือไม่
2014: เพียงแค่ว่าไม่ดีคุณไม่ต้องการมันได้หรือไม่
2015: เพียงแค่ว่าไม่ดีที่คุณต้องการได้หรือไม่

I don’t want anything from you.

2013: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2014: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ
2015: ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ

Really? I don’t believe you.

2013: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2014: จริงเหรอ? ผมไม่เชื่อว่าคุณ
2015: จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อคุณ

Hah! Well, you’d better start believing it sweetie.

2013: ฮะ! ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่าแฟนมัน
2014: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน
2015: ฮะ! ทางที่ดีคุณควรที่จะเริ่มเชื่อว่ามันแฟน

Sigh. You’re such a kidder.

2013: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว
2014: ถอนหายใจ คุณเช่น KIDDER
2015: ถอนหายใจ คุณคิดเดอร์ดังกล่าว

Yeah. I know. I know.

2013: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2014: ใช่ ฉันรู้ว่า ฉันรู้ว่า
2015: ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้

2015: Google Translate news…

Why You Can Never Rely on Google Translate

There’s also an ifographic that might be of interest to someone: Human Translation vs. Google Translate in 2015.

Share Button
Older posts